Strings Strings

Chumpae Review

Posted by Todd Brown at 2:43am.

Posted in Film & DVD Reviews , Action, Asia.

choompae.jpg

With interest in Thai films, particularly Thai action films, soaring the spirit of capitalism has prevailed to bring about the first ever DVD release of several films starring 1970’s Thai action star Sombat Methanee, familiar in these parts for his role in Wisit Sasanatieng’s Tears of the Black Tiger. While the DVD releases are of fairly low quality – the prints have aged badly, subtitles are sufficient but clumsy and littered with grammatical errors, and despite the assurances otherwise on the cover these are not anamorphic releases – the simple fact that they’ve been brought back to life at all is cause for celebration. In a country not known for preserving their film history, where very few old titles are available at all and those that are are generally available only on very low grade VCDs, these films were at serious risk of being lost entirely – a circumstance that would have been entirely criminal. Methanee is simply a magnetic presence, a classic seventies anti-hero in the vein of Bronson, McQueen or Eastwood.

Methanee stars here as Pherg, the stylish and reknowned leader of a famous gang of armed thieves, returning to his home town on a quest for revenge. Years earlier Pherg’s father was killed by Sergeant Tom, a corrupt former cop turned arms dealer, extortionist and all around Mafioso and Pherg was forced to flee for his life but he’s back now to set things right. Also in the mix are captain Chaiyo, the strictly by the book cop in love with Tom’s daughter, Pherg’s irascible Uncle Ploy, and a rival gang hoping to capitalize on the strife between Pherg and Tom.

From the moment Pherg steps off the bus that brings him to Chumpae and wipes the dust from his shoes, from the moment the Morricone inspired soundtrack kicks in, it is clear that Chumpae is every bit a spaghetti western. Pherg is as hard boiled as they come, an unrepentant villain who nonetheless takes up the cause of the common people, leading the pressed upon masses in a revolt against Tom and masterfully playing the opposing forces of the town against each other. He is a fighter and a lover, always looking for his own and yet guided by a strict moral code. And while never afraid to use his fists and feet he never seems to exert himself, never raises his voice, never shows any emotions to his enemies beyond his ironic smirk. The film dives into the moral murk that marked so much great seventies film. This isn’t good versus evil, this is bad versus worse, pulled off with every bit as much style as the western films it has so clearly modeled itself upon.

With a sprawling two and a half hour run time Chumpae aims to be epic and, despite a clunky translation that sometimes leaves you wondering what just happened and a tendency for the plot to make significant leaps from time to time, it generally delivers on that aim. While there is an obvious talent drop off from the core cast to the secondary performers that core cast is solid across the board, delivering a range of interesting characters and scenarios. The plentiful action scenes are staged well, taking the conventional seventies knock down, drag out approach and infusing it with enough distinctly Thai moments – watch for the extended bus top fight – to make everything old seem new again.

While the presentation here is definitely sub-standard it is more that good enough to demonstrate why Chumpae is considered an absolute classic in Thai film. Methanee is the real deal, striking the same tone of rebellion, moral outrage and raw masculinity that made massive stars of Eastwood and McQueen. If you’re a fan of the era, if you’ve seen The Good The Bad and The Ugly more times than you care to admit, then give this a look before it disappears again.

 

Reader Comments

  1. Curtis 03/05/2006 @ 11:55pm

    Great review. I enjoyed this film, too, but have been slow in putting up a review about it. There’s another from this batch of relases (besides the campy Insee Tong) called Tone, which I need to sit down and watch soon. It looks good as well.

  2. โกเส็ง 10/25/2006 @ 4:34am

    สุดยอดของหนังบู๊ สุดยอดของหนังไทยครับ

  3. tony jung 10/25/2006 @ 4:36am

    look good the classic movie the best

  4. tony jung 10/25/2006 @ 4:38am

    สวัสดีทุกท่านครับ....

    งานรำลึก 36 ปีมิตร ชัยบัญชา ผ่านพ้นไปด้วยดีแล้วครับ…

    ผมดีใจมากที่ได้มีโอกาสพบกับเพื่อน ๆ เราชาวกระทู้แห่งนี้ เพราะก่อนหน้านั้น พวกเราได้พบกันแค่เพียง

    คำพูดหรือตัวหนังสือที่สื่อกันไปมาทางเว็ปนี้เท่านั้น...มีเพื่อน ๆ หลายคนตั้งใจว่าจะเดินทางมาร่วมงาน แต่ก็เกิดเหตุ

    น้ำท่วมกะทันหัน จึงเดินทางมาไม่ได้..

    เหตุที่ผมไม่ค่อยได้เข้ามาในกระทู้นี้พักหนึ่ง...ก็เพราะงานวันมิตร ชัยบัญชา ฉะนั้น เมื่อกลับมา

    จึงขอนำเรื่องราวของงานวันมิตร ชัยบัญชา ปีนี้ กลับมาเล่าสู่กันฟังเป็นลำดับแรกก่อนนะครับ…

    งานวันมิตร ชัยบัญชา ปีนี้ แม้ทีแรก ดูเหมือนจะไม่มีปัญหาอะไร… ทุกฝ่ายต่างเตรียมเนื้อเตรียมตัวกันล่วงหน้า

    เกือบ3 เดือนเต็ม

    ผมเองรับอาสาทำข้อมูล ทำรูปติดบอร์ดและตัดต่อหนังข่าวงานมิตรเก่า ๆ มาฉายในงาน

    น้องจาจา รับหน้าที่ทำคิด ออกบอร์ดนิทรรศการและจัดดอกไม้ประดับบอร์ดนิทรรศการ

    คุณจุฑามาศ รับหน้าที่ประสานงานให้คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ มาเป็นแขกรับเชิญในงาน

    คุณโต๊ะ พันธมิตร รับหน้าที่หาหนัง 16 ม.ม. มาฉายและเลี้ยงอาหารว่าง 1 วัน

    คุณเอ็ม อิงคคักดิ์ เกตุหอม (หรือคุณพักรบ) รับหน้าที่ทำหนังสือมิตรและเลี้ยงอาหารว่าง 2 วัน

    คุณเล็ก แฟนหนังไทย รับอาสาด้านเครื่องฉายโปรเจคเตอร์ทั้ง 3 วัน

    งานที่พวกเราทำนั้น ดำเนินการไปเรื่อย ๆ แต่แล้ว ก็เหมือนฟ้าผ่าลงกลางงานเมื่อ ท่านผอ.หอจดหมายเหตุ

    ท่านมีคำสั่งให้งดจัดกิจกรรมภาพยนตร์สโมสร (รวมถึงงานวันมิตรด้วย) เนื่องจากต้องการประหยัดงบประมาณ…

    วันที่ท่านมีคำสั่งงดฉายหนังนั้น เป็นวันที่หอภาพยนตร์ฯ กำหนดฉายหนังเรื่อง ข้ามากับพระ พอดี

    บรรดาผู้ชมภาพยนตร์ฯ ต่างแสดงความเห็นร่วมกันที่จะส่งตัวแทนไปพูดคุยและขอความร่วมมือจาก

    ท่านผอ. โดยมีปลัดบ๊อบ ซึ่งถูกเลือกขึ้นมาเป็นประธานชมรมผู้ชมภาพยนตร์สโมสร ล่ารายชื่อผู้ชม

    ภาพยนตร์ฯ ทุกคนในวันนั้นได้เกือบร้อยชื่อ แล้วทำหนังสือยื่นต่อหัวหน้าหอภาพยนตร์ฯ โดยหัวหน้าหอ

    ภาพยนตร์ฯ รับปากจะไปเข้าไปขอพบและแจ้งความประสงค์ของชมรมผู้ชมภาพยนตร์ฯ ให้ท่านผอ.ทราบ

    ในวันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2549 (ซึ่งตอนนั้นพวกเราชมรมคนรักมิตร ชัยบัญชา เตรียมงานทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว)

    พวกเราต่างใจจดใจจ่อ รอฟังข่าวจากหัวหน้าหอภาพยนตร์ฯ กระทั่งตอนบ่ายของวันจันทร์ ท่านหัวหน้าหอ

    ภาพยนตร์ฯ ก็ออกมาแจ้งให้ทราบว่า ท่านผอ.ยินดีให้จัดฉายภาพยนตร์สโมสรต่อไป และในงานวันมิตรปีนี้

    ท่านเองก็จะมาร่วมเปิดงานด้วย พวกเราต่างดีใจกันถ้วนหน้า และเดินเครื่องเรื่องงานมิตรตามเดิมต่อไปทันที

    ตั้งแต่ช่วงเที่ยง ๆ ของวันพฤหัสบดีที่ 5 ตุลาคม 2549 ผม น้องจาจา พี่แต๋ว แฟนพันธุ์แท้มิตร ชัยบัญชา

    คุณเล็ก แฟนหนังไทย พี่ตุ๋ย สะเก็ดข่าวและทีมงานจากหอภาพยนตร์ฯ ก็เริ่มจัดบอร์ด จัดเตรียมงานกัน

    บอร์ดภาพหลัก ๆ จะมีทั้งหมด 15 บอร์ด มีภาพขนาด 10x12 นิ้ว ติดไว้กว่า 200 รูป

    มีการเอาหุ่นปั้น มิตร ชัยบัญชา มาตั้ง เอารูปวาดมิตร ที่วาดบนไม้อัน ตอนที่เล่นเรื่อง จ้าวนักเลง มาตั้งโชว์

    มีการเอาเครื่องฉายหนัง 16 ม.ม.พร้อมกับหนังกลางแปลงจอเล็ก ๆ มาฉายหนังมิตรเรื่อง วังไพร โชว์ให้ดู

    มีการตั้งจอทีวีขนาด 20 นิ้ว เพื่อฉายหนังข่าวงานวันมิตรที่เคยจัดมาในสมัยก่อนให้ดูด้วย

    คุณเล็ก แฟนหนังไทย ก็เอาของสะสมเช่น แผ่นซีดี แผ่นเสียง ใบปิดหนังฉบับจริง พร้อมกับหนังจอเล็กมาฉายในตู้กระจก

    พี่แต๋ว แฟนพันธุ์แท้มิตร ชัยบัญชา ก็เอาของรางวัลที่พิชิตมาได้จาก คุณปัญญา นิรันดร์กุล ในรายการแฟนพันธุ์แท้

    มาโชว์ในตู้กระจก....

    รุ่งเช้าวันศุกร์ที่ 6 ตุลาคม 2549 เพื่อนเราคนแรกคือ น้องแพ ก็เดินทางจากจังหวัดเชียงใหม่ถึงกรุงเทพฯ

    โดยมีน้องจาจา ไปรอรับ… สาย ๆ 2 สาว ก็พากันไปคลองถม พาน้องแพ ไปหาซื้อวีซีดีหนังที่น้องแพชอบ..

    จากนั้น ก็แวะไปนั่งที่ร้าน KFC คลองถม ร้านที่พวกเรานั่งประจำทุกคืนวันเสาร์… แม้ว่าตอนที่น้องแพไปนั้น

    จะยังไม่มีพวกเราไปด้วย แต่น้องจาจา ก็เป็นอธิบายเสร็จสรรพถึงภาพในคืนวันเสาร์ว่า ใครนั่งตรงไหน...ใคร

    มีอุปนิสัยอย่างไร ...จวบจนเวลาเกือบ 5 โมงเย็น น้องจาจา ก็พาน้องแพ มาที่ที่พวกเราจัดงานกัน..

    ผมได้รับการแนะนำให้รู้จักน้องแพอย่างเป็นทางการ...เพราะก่อนหน้านั้น เคยได้ยินแต่เสียง เราเจอกันแต่เพียง

    ในตัวหนังสือ ในเว็ปเท่านั้น...หลังจากพูดคุยกันเล็กน้อย พวกเราก็ลุยงานกันต่อ..

    งานเปิดให้ผู้เข้าชมลงชื่อเข้าดูงานได้ในเวลา 17.30 น. โดยมีพี่แต๋ว คุณนุ (ลูกค้าประจำพันธมิตร) น้องจาจา

    น้องแพ คุณจุฑามาศ ช่วยกันดูแล โดยทุกคนต่างเล็งกันว่า จะมีเพื่อนเราในเว็ปนี้คนใดมาบ้าง

    เท่าที่จำได้ ก็มี คุณอ็อด ที่เข้ามาทักทาย เราก็เลยได้คุณอ็อดเข้ามาช่วยงานอีกคน…

    ส่วนพิธีกรสนาม เป็นหน้าที่ของ พี่ตุ๋ย สะเก็ดข่าว (เหตุที่ชื่อนี้ ก็เพราะว่า พี่แกเคยออกสะเก็ดข่าว ว่าเป็นคนที่ชอบ

    มิตร ชัยบัญชา)

    ส่วนผมและคุณพักรบ เป็นผู้ร่วมเสวนาในโรงหนังร่วมกับหัวหน้าหอภาพยนตร์ฯและพี่โดม สุขวงศ์

    ประมาณการจากผู้ชมทั้งที่ลงชื่อและไม่ลงชื่อเข้างานแล้ว วันแรกเกือบ 200 คนครับ

    เดิมที การเปิดงาน จัดเตรียมเพื่อให้ท่านผอ.หอจดหมายเหตุมาเปิดงาน.. แต่บังเอิญท่านติดธุระสำคัญ จึงมอบ

    ให้หัวหน้าหอภาพยนตร์ฯ เปิดงานร่วมกับผู้ชมภาพยนตร์ฯ จึงกลายเป็นว่า พวกเราและคนดูทุกคนต่างร่วมกัน

    เปิดงาน...โดยมีน้องจากหอภาพยนตร์ฯ แต่งตัวชุดอินทรีแดง ถือสเลส จากนั้น หัวหน้า พี่โดม คุณพักรบ พี่แต๋ว

    ก็สับสเลส เปิดงานรำลึก 36 ปีมิตร ชัยบัญชา ทันที......

    คืนแรก พวกเราได้ดูหนังเรื่อง เกิดเป็นหงส์ ซึ่งคุณเล็ก แฟนหนังไทย เป็นผู้นำเครื่องโปรเจคเตอร์มาช่วยฉายให้

    งานคืนแรกผ่านไปด้วยดี… คุณพักรบ พาพวกเราทั้งหมดไปเลี้ยงข้าวต้มที่เทเวศร์กันก่อนจะกลับบ้าน..

    โดยน้องแพไปพักกับคุณจุฑามาศ..

    คืนนั้น กว่าผมจะถึงบ้านก็เกือบ 6 ทุ่มครึ่ง… แต่ก็ยังนอนไม่ได้เพราะในวันรุ่งขึ้นจะมีคุณพิศมัย วิไลศักดิ์ มาเป็น

    แขกรับเชิญ คุณจุฑามาศเพิ่งจะเอาแผ่นซีดีอัดเสียงพูดของคุณฟ้าสดใสมาให้ เพื่อจัดทำไฮไลท์แนะนำตัวพิศมัย

    ก่อนจะขึ้นเวลาที่.... กว่าจะเสร็จก็เกือบตีสาม จึงได้เข้านอน....

    วันที่ 7 ตุลาคม 2549 พวกเรานัดแนะกันให้มาถึงที่จัดงานประมาณ 11 โมงเช้า…

    วันนี้ทุกคนต่างช่วยกันเต็มที่… งานเริ่มเวลา 12 นาฬิกา.. วันนี้เองที่เราได้เจอเพื่อน ๆ ในเว็ปเพิ่มขึ้น

    อีกคือ คุณเอกชัย คุณเฉลิมชาติ (ซึ่งมาถ่ายทำรายการไปออกเคเบิ้ลทีวี) คุณอ๋อยหนังไทยพิจิตร (เห็นคุณอ็อด

    วิ่งมาบอกว่า คุณอ๋อยมาแล้ว แต่รีบกลับ กลัวไม่ทันรถ) คุณฟ้าสดใส น้องตาล คุณเอ้ เอ..ใครอีก จำไม่ได้แล้ว.....

    งานวันที่ 7 ตุลานี้ ไฮไลท์สำคัญอยู่ที่ คุณพิศมัย วิไลศักดิ์ ที่เรียกว่า อัศจรรย์มาก ๆ เพราะจริง ๆ แล้ว

    ตั้งแต่คุณพิศมัย รับหนังสือเชิญแล้ว ก็จัดคิวให้วันที่ 7 ตุลา เป็นวันว่างเพื่อมางานมิตรโดยเฉพาะ

    พอใกล้ถึงวัน ก็เกิดมีคิวงานกะทันหันขึ้น แม้ว่าคุณพิศมัยจะขอเลิกคิว ก็ไม่อาจเลิกได้เพราะเป็นการถ่าย

    ละครฉากสำคัญซึ่งต้องใช้ดาราหลาย ๆ คน ทีแรกจะขอเลิกนัด คุณจุฑามาศ ก็วิ่งกันอุตลุดเพื่อเคลียร์คิว

    ว่า จะเอารถวิ่งรับส่งให้ทันเวลา.. ก็เลยตกลงตามนั้น แต่พอถามว่า ถ่ายละครกันที่ไหน ....ก็ได้คำตอบว่า

    ถ่ายละครที่โรงละคร ท่าวาสุกรี ซึ่งก็อยู่ในบริเวณเดียวกันกับหอภาพยนตร์ฯ นี้เอง...ทุกคนจึงโล่งอก..

    คุณพักรบ ถึงกับกล่าวว่า เป็นเรื่องอัศจรรย์จริง ๆ ที่ได้คุณพิศมัย มาร่วมงานครั้งนี้....

    รายการจึงเริ่มด้วยคุณพักรบ สัมภาษณ์และพูดคุยกับคุณพิศมัย.... ซึ่งผู้ชมต่างชื่นชอบและชื่นชมใน

    ความงามของคุณพิศมัยที่ยังดูมิจืดจาง… แถมยังชาญฉลาดในการตอบคำถามอีกด้วย....

    คุณพิศมัยอยู่คุยกับพวกเราเกือบชั่วโมง… ก็ต้องรีบไปถ่ายละครต่อ....

    จากนั้น คุณพักรับ ก็เชิญคุณเฉลิมชาติ ไปนั่งพูดคุยกันถึงเรื่องราวของมิตร ชัยบัญชา ที่คุณเฉลิมชาติ

    เคยได้สัมผัสมา… แล้วก็ปิดท้ายด้วยเรื่องราวของการตายของมิตร ชัยบัญชา เป็นอุบัติเหตุหรือเจตนากันแน่

    โดยคุณพักรบ อธิบายกันเป็นฉาก ๆ

    พอเวลา 3 โมงเย็น ก็เริ่มฉายหนังเรื่อง นางพรายตานี.....

    วันนี้มีคนเข้าดูเกินกว่า 200 คน.... พอหนังจบ คุณพักรบก็มอบหนังสือพระราชทานเพลิงศพ มิตร ชัยบัญชา

    ฉบับปรับปรุงใหม่… ให้กับทุก ๆ คน....

    จากนั้น คุณพักรบ ก็พาพวกเราและทีมงานหอภาพยนตร์ฯ ไปเลี้ยงอาหารอีกเช่นเคย.......

    8-9 โมงเช้าวันที่ 8 ตุลาคม 2549 พวกเราก็ไปพร้อมกันที่วัดแค นางเลิ้ง (น้องจาจา- น้องแพ มาถึงก่อนใคร)

    วันนี้ เป็นวันทำบุญไหว้กระดูกมิตร ชัยบัญชา ..ซึ่งศาลาเฉลิมกรุง เป็นเจ้าภาพใหญ่.. มีดาราที่มาร่วมงาน

    เช่น คุณน้ำเงิน บุญหนัก คุณผจญ ดวงขจร คุณสีเทา เพ็ชรเจริญ… อีกหลายคนดู.. ดูไม่ทัน....

    หลังจากทำบุญเสร็จแล้ว… พวกเราก็รีบเดินทางไปที่หอภาพยนตร์ฯที่เราจัดงาน......

    ที่เรานัดแนะกันไว้ก็คือ ในงานวันที่ 8 นี้ คุณพักรบต้องไปเป็นพิธีกรในรายการเพลงดังหนังมิตร ที่ศาลาเฉลิมกรุง

    ผมจึงต้องเป็นพิธีกรที่หอภาพยนตร์ฯแทน… งานเฉลิมกรุงจะเลิกประมาณ 5 โมงเย็น..แล้วคุณพักรบจะรีบมาดูหนัง

    เรื่องสุดท้ายให้ทัน....

    ระหว่างเวลา เที่ยงครึ่งจนถึงบ่าย 2 ครึ่ง ผมจึงเชิญพี่ตุ๋ย สะเก็ดข่าว น้องแพ และพี่แต๋ว แฟนพันธุ์แท้มิตร ชัยบัญชา

    ไปร่วมสนทนาด้วย....

    จากนั้นเวลา 3 โมงเย็น ก็เริ่มฉายเรื่อง ปีศาจเสน่หา… หนังรอบนี้ มีคนดูมากพอ ๆ เมื่อวาน…

    พอหนังจบประมาณ 5 โมงครึ่ง ก็มีการพูดคุยเสวนากันอีกเล็กน้อย… จากนั้น หัวหน้าก็กล่าวปิดงานและฉายหนัง

    เรื่องสุดท้ายคือ ยอดแก่น....

    แม้ว่า งานปีนี้จะมีถึง 3 วัน แต่พอถึงวันสุดท้าย พวกเรากลับรู้สึกเหมือน ๆ กันว่า มันเร็วเกินไป...ที่เราจะต้องจากกัน..

    ผมเองไม่เคยรู้สึกแบบนี้มานานแล้ว....จำได้ว่า ครั้งสุดท้ายที่เคยมีความรู้สึกและอารมณ์คล้าย ๆ กันอย่างนี้ ก็ตอนที่

    ผมไปงานรับน้องใหม่ในปีสุดท้ายที่ผมเรียนจบราม…

    รู้สึกเหมือนว่า ผมจะต้องจากสิ่งที่ผมคิดว่า ยังไม่อยากจะจาก..

    คิดถึงวันคืนและความผูกพันที่พวกเราต่างมี ต่างแสดงออกให้แก่กัน..

    ยังจำภาพของน้องจาจา ที่ขะมักเขม้นกับเร่งทำดอกไม้ เร่งติดบอร์ดให้เสร็จ รู้สึกว่า น้องเขาจะดูเหนื่อย ๆ

    แต่พวกเราพี่ ๆ ก็ยืนเป็นกำลังใจ.... แอบสงสารน้องเขา ตอนที่ต้องวิ่งเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ เพราะฤทธิ์ของส้มตำ

    เมื่อคืนวันก่อน.... ซึ้ง ๆ และขำ ๆ กับภาพที่น้องจาจานอนหนุนตักพี่แต๋วหลับคาพื้นในโรงหนัง.....

    คิดถึงน้องแพ ที่วิ่งไป วิ่งมาเพื่อถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก… ภาพที่ถ่ายไม่เท่าไรหรอก.. แต่ท่าทางคนถ่ายนี่ซิครับ..

    เหลือกินจริง ๆ น้องแพ เป็นคนที่เกิดไม่ทันรุ่นมิตร ชัยบัญชา น้องแพชอบปิยะมาศ โมนยะกุล...เรียกว่าเข้าขั้น

    เป็น สาวกเลยทีเดียว.. แต่พอมางานนี้ ได้เจอคุณพิศมัยตัวเป็น ๆ เห็นท่าว่า อาจจะเปลี่ยนใจแล้วละมั้ง..

    แม้จะเกิดไม่ทันรุ่นมิตร แต่เพราะได้ซึมซับเรื่องราวต่าง ๆ จากพวกเรา จึงทำให้น้องแพถึงกับ

    ลั่นวาจาว่า เป็นไงเป็นกัน… 6-7-8 ตุลาคมนี้ ลงมาจากเชียงใหม่แน่… แล้วเราก็ได้เห็นเธอมาจริง ๆ

    น้องแพบอกผมไว้ก่อนถึงวันงานประมาณ 1 เดือนว่า ได้ทำหนังสือคำกลอนเขียนถึงมิตร ชัยบัญชาไว้

    กะว่าจะส่งให้ผมดูว่า เหมาะจะพิมพ์แจกเผยแพร่หรือไม่… แต่เวรกรรมจนถึงวันงาน ไปรษณีย์ก็ยังส่งมาไม่ถึงผมเลย…

    แม้จะเห็นกันเพียงไม่กี่วัน ..แต่ความผูกพันดุจดั่งแรมปี...จนคุณพักรบถึงกับเอ่ยปากว่า ไม่น่าเชื่อว่า พวกเรา

    เพิ่งจะพบกันในงานนี้เป็นครั้งแรก.... เพราะภาพที่พวกเรากิน เราคุย เราเล่นด้วยกันนั้น มันสนิทสนมกันรวดเร็ว

    เหลือเกิน… ขณะที่เขียนนี้ น้องแพกลับขึ้นดอยไปแล้ว แต่ภาพของน้องแพก็เปล่งฉายให้เห็นอยู่เสมอว่า เธอเป็นเด็กสาว

    ที่ร่าเริง กล้าคิด กล้าแสดงออก มั่นใจในตัวเองมาก ๆ แม้ไม่สวยหวาน แต่เธอก็น่ารักสำหรับพวกเราทุกคน…

    ยังมีอีก 2 คนที่ต้องกล่าวถึงคือ คุณอ๊อด ที่แม้จะไม่ค่อยรู้จักถนนหนทางในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังยินดีช่วยเป็นธุระคอยขับ

    รถบริการเพื่อน ๆ คุณอ็อดเป็นคนที่สุภาพ เรียบร้อย น้ำใจครั้งนี้ ยากที่พวกเราจะหาคำใดมากล่าวตอบแทน… นอกจาก

    คำว่า ขอบใจจริง ๆๆ

    ส่วนพี่จุฑามาศ ขาใหญ่ของพวกเรา ..แม้จะเสียงดังไปนิด แต่น้ำใจกว้างยิ่งกว่าทะเล...นึกอะไรไม่ออก บอกพี่จุ..

    รับรองมาทันที… ขอบคุณสำหรับน้ำใจที่ยอมขับรถแบบอ้อมโลก คอยรับ คอยส่งผม คุณเล็ก น้องจาจาและน้องแพ ครับ..

    ทั้งหลายทั้งปวงที่ผมร่ายยาวมานี้ ...แม้ดูจะเป็นเรื่องส่วนตัวไปหน่อย แต่ก็อยากจะให้ทุกคนได้อ่าน ได้รู้ถึง

    ความรู้สึกของพวกเราผู้ร่วมจัดงานวันมิตรปีนี้ เผื่อว่า พวกเราจะได้เพื่อนใหม่ ๆ เพิ่มขึ้นอีก
    -----

Post Your Comments

You must be a registered member to post comments.

If you have a Twitch account, click here to sign in.

If you don't have a Twitch account, click here to register. Don't worry, it's free!

Launch The Twitch Video Player

Stuff We Like

Shop at our affiliated sites and support Twitch while feeding your pop-culture addiction.

Our Latest Film & DVD Reviews

More Film & DVD Reviews...

Our Latest Interviews

More Interviews...

Recent Comments